24 ปีแห่งการจัดตั้ง องค์การสวนพฤกษศาสตร์ธนาคารพันธุกรรมสำรองพืชที่สำคัญของประเทศ

26 February 2564

" เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2559 พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงานครบรอบ 24 ปีแห่งการจัดตั้ง องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ณ อาคารต้อนรับนักท่องเที่ยว Canopy Walks สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้รับการจัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การ สวนพฤกษศาสตร์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2535 ซึ่งเป็นปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยมีสวนพฤกษศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบเทียมเท่านานาอารยประเทศ ทำหน้าที่เป็นสถาบันทางวิชาการ ค้นคว้า โดยมีภารกิจสำคัญในการจัดทำ สวนพฤกษศาสตร์ระดับสากล ให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรพรรณพืชและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้มุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมองค์ความรู้ทางวิชาการและสร้างแหล่งเรียนรู้ ด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อต่อยอดไปสู่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน องค์การสวนพฤกษศาสตร์ มีผลงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรพรรณพืชอันเป็นที่ประจักษ์ โดยในปี พ.ศ.2545 อ.ส.พ. ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้เป็นหน่วยงานดีเด่นสาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการอนุรักษ์พรรณพืช ในปี พ.ศ. 2547 องค์การฯ ได้รับคัดเลือกจากสำนักส่งเสริมพิทักษ์เยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เป็นองค์กรดีเด่นด้านการทำคุณประโยชน์แก่เยาวชนในสาขาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นแล้ว องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ยังได้รับรางวัลหน่วยงานต้นแบบ ในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานของรัฐ ประจำปี 2557 ในการให้บริการข้อมูลแก่ประชาชน อีกด้วย ในส่วนของการดำเนินงานด้านวิชาการนั้น องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้ให้ความสำคัญกับภาระกิจหลักนี้มาโดยตลอด ปัจจุบัน อ.ส.พ. มีเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกับสวนพฤกษศาสตร์สากลทั้งในเอเชีย อัฟริกา และยุโรป รวมถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ อีกด้วย ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา นักวิชาการขององค์การสวนพฤกษศาสตร์ มีผลงานตีพิมพ์เป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีการค้นพบพืชสกุลใหม่และชนิดพันธุ์ใหม่ของโลกอีกกว่า 40 ชนิด ปัจจุบันรวบรวมตัวอย่างแห้งในหอพรรณไม้ เพื่อใช้ในการอ้างอิงทางพฤกษศาสตร์ได้กว่า 70,000 ตัวอย่าง นับเป็น หอพรรณไม้ที่ใหญ่เป็นลำดับสามของประเทศ ส่วนงานวิชาการทางด้านกีฏวิทยานั้น องค์การฯ มีความร่วมมือกับ British Museum ประเทศอังกฤษ ในการจัดทำพิพิธภัณฑ์แมลงและฝึกอบรมบุคลากร ตั้งแต่ปี พ.ศ 2549 ปัจจุบันได้ทำการรวบรวมตัวอย่างอ้างอิงไว้กว่า 100,000 ตัวอย่าง นอกจากงานวิชาการพื้นฐานที่กล่าวมาข้างต้น องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้ดำเนินงานวิจัยเพื่อการอนุรักษ์และงานวิจัยเพื่อพัฒนาเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนจากพืชพื้นเมืองของไทย โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนโดยเฉพาะชุมชนท้องถิ่นเป็นสำคัญ โครงการคืนกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยสู่แหล่งกระจายพันธุ์ในธรรมชาติ ที่บ้านปงไคร้ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม เป็นตัวอย่างอันดีของความสำเร็จจากความร่วมมือของชุมชนท้องถิ่นในการอนุรักษ์กล้วยไม้ไทยที่สูญพันธุ์ไปแล้วจากป่าธรรมชาติ ในส่วนของงานวิจัยและพัฒนานั้น องค์การฯ ได้ให้ความสำคัญกับพืชวงศ์ขิง-ข่า ซึ่งประเทศไทยถือเป็นแหล่งกระจายพันธุ์ และมีความหลากหลายทางชนิดพันธุ์แหล่งใหญ่ของโลกพืชวงศ์นี้มีความสำคัญกับชีวิตประจำวันของคนไทย ไม่ว่าจะเป็น อาการ ยารักษาโรค หรือเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อ อย่างไรก็ดี ยังมีชนิดพันธุ์พื้นเมืองในวงศ์ขิงข่าอีกเป็นจำนวนมาก ที่มีศักยภาพแต่ยังไม่ถูกนำไปวิจัยใช้ประโยชน์ องค์การสวนพฤกษศาสตร์จึงได้จัดทำโครงการวิจัยเชิงบูรณาการขึ้นกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แม่โจ้และเกษตรศาสตร์ โดยทำการวิจัยด้านพฤกษเคมีกับพืชสกุลมหาหงส์ 3 ชนิดคือ ตาเหินหลวง ตาเหินภู และมหาหงส์เหลือง จนได้แนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชกลุ่มนี้อย่างครบวงจร ปัจจุบันผลงานวิจัยขององค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้ถูกพัฒนาเป็นต้นแบบสำหรับผลิตภัณฑ์ 2 ประเภท และเลือกสารออกฤทธิ์ ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ บรรเทาอาการบวมแดง ลดริ้วรอย และรอยด่างดำมาใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ต้นแบบของ “Massage Cream”, “Day & Night Cream” และ “Facial Serum” โดยองค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้ดำเนินการจดอนุสิทธิบัตรไปแล้ว 2 ผลิตภัณฑ์ คือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และผลิตภัณฑ์ครีมบรรเทาอาการบวมของผิวหนังและอยู่ระหว่างการวิจัยด้านเขตกรรม เพื่อหาแนวทางการเพาะขยายพันธุ์ให้ได้สารออกฤทธิ์ในปริมาณสูง และส่งเสริม การปลูกเลี้ยงให้กับชุมชนและเกษตรกรเพื่อผลิตเป็นวัตถุดิบสร้างรายได้เพิ่มต่อไปในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นมิติใหม่ ในการบูรณาการงานวิจัยแบบครบวงจร ก่อให้เกิดการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรพืช ในท้องถิ่นที่สามารถต่อยอดจากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริงในวงกว้าง ในด้านการให้บริการข้อมูลแก่ประชาชน องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้จัดทำและพัฒนา Mobile Application ขึ้น ใช้ชื่อว่า “Botany4thai” เพื่อเพิ่มช่องทางในการให้บริการ แก่เยาวชนและประชาชน โดยสามารถ Download นำไปใช้งานในการสืบค้นข้อมูลพรรณไม้ นานาชนิด และรับข้อมูลข่าวสารต่างๆ ขององค์การสวนพฤกษศาสตร์ อีกทั้ง เป็นการเผยแพร่ความรู้ทางด้านพืชและปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ให้เยาวชนและประชาชน เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาและการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรพรรณพืชอย่างยั่งยืนต่อไป ในส่วนของการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาลนั้น องค์การฯ ได้เปิดเส้นทางเดินชมธรรมชาติเหนือเรือนยอดไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย Canopy Walks ระยะทางประมาณ 400 เมตร ที่ระดับความสูงเหนือพื้นดินกว่า 20 เมตร เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยว ได้เรียนรู้คู่ความเพลิดเพลิน ระบบป่าดิบแล้ง และความหลาหลายทางชีวภาพที่ระดับความสูงเหนือเรือนยอดไม้ได้อย่างใกล้ชิด โครงสร้างของทางเดินเรือนยอดไม้นี้ทำจากเหล็กกล้า มีความแข็งแรงปลอดภัย โดยได้รับการรับรองจากสถาปนิกผู้ออกแบบและวิศวกร องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้ปฏิบัติภารกิจสำคัญตามวัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง ด้านการรวบรวมองค์ความรู้และสร้างแหล่งเรียนรู้ ตลอดจนเผยแพร่และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรพืชของประเทศ รวมทั้งสนองนโยบายรัฐบาลด้านการรักษาความมั่งคงของฐานทรัพยากรและการสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน"